วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

รักษาใจ รักษาอย่างไร


การที่จะรักษาใจให้ดีที่สุดได้นั้นทำได้อย่างไร

นี้เป็นปัญหาที่เหมือนยากที่สุด แต่ก็เหมือนง่ายที่สุดได้ ถ้าจะนึกถึงพระธรรมที่ควรอัญเชิญมาปฏิบัติให้เกิดผล นั่นคือ ความคิดปรุงแต่ง

ถ้าไม่คิดปรุงแต่งให้ใจสงบงดงาม แต่ไปคิดปรุงแต่งให้ใจวุ่นวายเร่าร้อนปัญหาที่จะรักษาใจให้ดี ก็ยากมาก ยากที่สุด เพราะความคิดปรุงแต่งต่างๆ นานานั่นแหละ ที่จะทำให้เกิดมีใจเร่าร้อนวุ่นวายด้วยความโลภความโกรธ ความหลง

จนถึงกับบังคับความรู้สึกไว้ภายในใจไม่ได้ ต้องแสดงออกเป็น ทางวาจาบ้าง ทางกายบ้าง คือเป็นการพูดบ้าง เป็นการกระทำบ้าง ที่เร่าร้อนรุนแรงตามอำนาจของใจ ที่จะไม่ก่อให้เกิดความดีงาม แต่จะก่อให้เกิดความเสียหายสถานเดียวคิดไม่ดี พูดไม่ดี ทำไม่ดี ก็ต้องเป็นความไม่ดี ที่ไม่มีข้อยกเว้นใดทั้งสิ้น.

เกี่ยวกับใจ ความคิดปรุงแต่งสำคัญอย่างยิ่ง สำคัญที่สุดก็ว่าได้ แต่ที่สำคัญกว่าความคิดปรุงแต่งทั้งปวงยังมี ที่ถือได้ว่าเป็นความสำคัญที่สุด สำคัญกว่าความคิดปรุงแต่งก็ถูก นั่นคือสติ สติสำคัญที่สุด

มีสติเพียงพอเสียอย่างเดียว ก็ย่อมจะสามารถควบคุมอะไรๆ ในจิตใจตนของแต่ละคนให้ดีงามได้ ขาดสติ เสียอย่างเดียวก็คือขาดการควบคุมจิตใจ ให้อยู่ในขอบเขตของความถูกต้องดีงาม

น่าจะเข้าใจกันดีอยู่แล้วว่า การขาดสติมากๆ จะมีความวุ่นวายในความคิดชีวิตจิตใจมากไปด้วย จนถึงเป็นความคิดชีวิตจิตใจของคนบ้าก็ยังได้ ก็ยังมีให้รู้ให้เห็นอยู่เสมอ และมากมายไม่น้อย

ขอบคุณบทความจาก ลานธรรมจักร

วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ความสุขฉับพลัน


ความเป็นจริงของธรรมชาติ ไม่มีตัวตน แต่เราไปยึดมั่นในตัวตน ในตัวกู-ของกู ชีวิตมันจึงขบกัดและเกิดความทุกข์ การเข้าถึงความจริงมีหลายวิธี ในที่นี้จะกล่าวเพียง 3 วิธี คือ
๑. สัมผัสความทุกข์ยากของคนอื่น มีความเมตตา กรุณา เมื่อเรานึกถึงคนอื่น ก็แปลว่าเราออกจากความคับแคบในตัวตน นึกถึงคนอื่น ทำเพื่อเพื่อนมนุษย์ จะเกิดความสุขทันที
๒. เจริญสติ จะทำให้สัมผัสความจริง และมีความสุขอย่างยิ่ง
๓. เข้าถึงความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ธรรมชาติรอบตัวเรา เช่น อากาศ สายลม แสงแดด ท้องฟ้า ต้นไม้ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว ล้วนเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกันทั้งจักรวาลหรือใหญ่กว่าจักรวาล ถ้าฝึกเข้าถึงความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติทั้งหมดบ่อย ๆ จะพบความสุข และถ้าเราฝึกบ่อย ๆ ก็จะเข้าถึงความจริงตามตลอดเวลา และมีความสุขตลอดเวลา เป็น Happiness at Low Cost หรือ Happiness at No Cost คือความสุขราคาถูก หรือความสุขที่ไม่ต้องเสียอะไรเลย

ถ้า ความสุขราคาแพงก็เป็นของทุกคนไม่ได้ และมักไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง แต่ถ้าเป็นความสุขราคาถูกก็เป็น ของทุกคนได้ขอให้ทุกคนมีความสุขจากการเข้าถึงความจริง

ขอบคุณบทความจาก ศ.นพ. ประเวศ วะสี

ทำอย่างไรให้จิตใจผ่องใส


ทำความดี ละเว้นความชั่ว และทำจิตใจให้ผ่องใส
สองอย่างแรกนี่อาจทำได้ไม่ยาก
แต่ทำจิตใจให้ผ่องใสนี่สิครับ จะทำอย่างไร
เพราะบางทีความคิดและความรู้สึกร้ายๆต่างๆของเราก็ผุดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวและบังคับไม่ได้

จิตที่ผ่องใส คือจิตที่ไม่ยืดมั่นถือมั่นทั้งสุขและทุกข์ครับ
เพราะตราบใดที่ยังยึดในสุขอยู่ก็ต้องมีทุกข์ตามมาเป็นเรื่องธรรมชาติ
การจะไม่ยึดมั่นในสิ่งทั้งปวงได้ ก็อย่างที่กระทู้นึงเพื่อนๆบอกไว้ว่า
ต้องมี"ศีล สมาธิ ปัญญา"
การจะไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งทั้งปวงได้ก็ต้องใช้ปัญญาเข้าไปพิจารณาถอดถอน ทุกสิ่งทุกอย่าง
คือพิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างลงสู่ความเป็นไตรลักษณ์ครับ(ว่าเป็นทุกข์ ไม่เที่ยงและไม่สามารถคงอยู่ได้)
จิต กับ ความทุกข์ ความสุข เป็นคนละตัวกัน
ตราบใดที่พิจารณาจนเห็นความเป็นจริงทุกอย่าง
จะทราบได้ว่า แม้ในเวลาที่เกิดความทุกข์
จิตก็ผ่องแผ้วได้เช่นกัน เนื่องจากจิตและความทุกข์ความสุขนั้น ไม่เกี่ยวข้องซึ่งกันและกันแล้ว

ขอบคุณบทความจาก ธรรมจักร